ABC Travel

ข้อมูลการท่องเที่ยว » ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย

  • {lang: 'th'}

    Malaysia  มาเลเซีย

    มาเลเซีย เป็นแหล่งรวมของวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งมาเลย์ จีน อินเดีย และ ไทย รวมทั้งอีกหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวคุณ จะได้สัมผัสกับความตื่นตาตื่นใจ เพลิดเพลินไปกับทุกแง่มุมและทุกรสชาติของความเป็นเอเชีย ณ ที่นี่ที่เดียว คุณจะได้สัมผัสกับไออุ่นของชนชาติมาเลเซียต้องที่นี่..มาเลเซีย

    ประเทศมาเลเซีย หรือ เรียกชื่อทางการว่า สหพันธ์รัฐมาเลเซีย ตั้งอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่ประเทศส่วนหนึ่งอยู่บนแหลมมาลายู และ พื้นที่อีกส่วนหนึ่งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย มีพรมแดนประเทศติดกับประเทศอินโดนีเซียและทางทะเลติดกับทะเลจีนใต้ทางตอนใต้ ของเวียดนาม ทางทิศเหนือจดกับประเทศไทย

    ภูมิประเทศ

    มาเลเซียตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ประกอบด้วยดินแดน 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ มาเลเซียตะวันตก และมาเลเซียตะวันออก อยู่ห่างกันประมาณ 400 ไมล์ โดยมีทะเลจีนใต้ขวางกั้นเดิมเป็นดินแดนที่มีการปกครอง ต่างหากจากกัน ได้มารวมเป็นประเทศเดียวกันเมื่อ พ.ศ. 2506 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 130,000 ตารางไมล์ มาเลเซียตะวันตก ได้แก่ ดินแดนที่อยู่ ในคาบสมุทรมลายูหรือมลายา ติดชายแดนทางใต้ของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 50,800 ตารางไมล์ ประกอบด้วยรัฐต่างๆ 11 รัฐ ตอนกลางเป็นที่ราบสูง มีภูเขาใหญ่ หลายเทือกปกคลุมด้วยป่าทึบบริเวณกว้างขวาง แถบริมฝั่งทะเลทั้ง 2 ข้างเป็นที่ราบ ดินอุดมสมบูรณ์ ชายฝั่งทะเลตะวันตกเป็นหาดเลนยาวพื้นที่มีหล่มบึงมาก ส่วนด้านตะวันออกเป็นหาดทรายยาวเหยียด ไม่เหมาะแก่การเป็นท่าเรือ มาเลเซีย ตะวันออก ได้แก่ ดินแดนทางภาคเหนือของเกาะบอร์เนียว มีเนื้อที่ประมาณ 70,200 ตารางไมล์ ประกอบด้วยรัฐ 2 รัฐคือ ซาราวัก และซาบาห์ (บอร์เนียวเหนือ) พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่สูง ประกอบด้วยป่าทึบและภูเขาสูงใหญ่ บางยอดเขาสูงเกินกว่า หมื่นฟุตมีที่ราบขนาดย่อมอยู่ตามริมฝั่งทะเล แม่น้ำมักเป็นสายสั้นๆ และไหลเชี่ยว ผ่านหุบเขาที่แคบและลาดชันไปออกทะเลทางทิศตะวันตก

    เมืองหลวง

    กรุงกัวลาลัมเปอร์
    เมืองศูนย์กลางธุรกิจ อิโปห์ มาลักกา บูหารู คลาง ปีนัง กัวลาลัมเปอร์ เมืองท่า Port Klang และปีนังลักษณะการปกครอง ประชาธิปไตย มีกษัตริย์เป็นประมุข จำนวนประชากร ประมาณ 23.8 ล้านคน
    พื้นที่ 330,434 ตารางกิโลเมตร

    กรุงกัวลาลัมเปอร์
    เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ตั้งยู่ในเมืองเซลังงอร์ ใกล้ชายฝั่งตะวันตกของบริเวณ แหลมมลายู บริเวณกรุงกัวลาลัมเปอร์และบริเวณรอบนอกมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หลายแห่ง ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์นี้ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยไปลงจอดที่นามบิน KLIA ซึ่งเป็น สนามบินที่มีความทันสมัย สะดวกสบายมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

    การเมือง
    ปัจจุบันประกอบด้วยรัฐ 13 รัฐและปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีรูปแบบการปกครองคล้ายอังกฤษกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมุขแห่งรัฐมีตำแหน่ง เป็นพระราชาธิบดี

    การแบ่งเขตการปกครอง
    มาเลเซียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 รัฐ (states – negeri-negeri) และ 3 ดินแดนสหพันธ์* (federal territories – wilayah-wilayah persekutuan) เป็นดินแดนที่รัฐบาลกลางปกครอง เขตการปกครองต่าง ๆ และ

    ชื่อเมืองหลวง ได้แก่

    รัฐมาเลเซียตะวันตก (คาบสมุทรมาเลย์)
    • กลันตัน (โกตาบารู)
    • เกดะห์ (ไทรบุรี) (อลอร์สตาร์)
    • ตรังกานู (กัวลาตรังกานู)
    • เนกรีเซมบีลัน (สเรมบัน)
    • ปะหัง (กวนตัน)
    • ปะลิส (กังการ์)
    • ปีนัง (จอร์จทาวน์)
    • เประ (อีโปห์)
    • มะละกา (มะละกา)
    • ยะโฮร์ (ยะโฮร์บาห์รู)
    • สลังงอร์ (ชาห์อาลัม)

    รัฐมาเลเซียตะวันออก (เกาะบอร์เนียวตอนเหนือ)
    • ซาบาห์ (โกตากินะบะลู)
    • ซาราวัก (กูจิง)

    ระบอบการปกครอง

    มาเลเซียปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภาโดยมีพระมหากษัตริยเป็น องค์พระประมุขของประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญการปกครองประเทศแบบสหพันธ์รัฐ (Federation) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 รัฐ คือ เปรัค ปาหัง สลังงอร์ ไทรบุรี เคดาห์ เนกรีเซมบิลัน ยะโฮร์ กลันตัน ตรังกานู ปีนัง มะละกา ซาบาห์ และซาราวัค รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง และวุฒิสภาซึ่ง สมาชิกได้รับการแต่งตั้งโดยสมเด็จพระราชาธิบดีอีกส่วนหนึ่งมาจากการแต่งตั้งโดย
    นิติบัญญัติในแต่ละรัฐ รัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลผสม มีพรรคร่วมรัฐบาลที่เรียกว่า พรรคแนวร่วมแห่งชาติ (Barisan Nasional-BN) ซึ่งมีพรรค UMNO (United Malays National Organisation) เป็นแกนนำ ประมุขของประเทศ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่ง มาเลเซีย ตวนกู จาฟา อัลมารุม ตวนกู อับดุล ราห์มาน (Tuanku Ja’afar Almarhum Tuanku Abdul Rahman, Yang Di Pertuan Agong ) เป็นองค์พระประมุขของ ประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเลือกตั้งจากสุลต่านผู้ปกครองรัฐ ซึ่งมีใน 9 รัฐ
    (ยกเว้นปีนัง มะละกา ซาบาห์ และซาราวัก) ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นดำรง ตำแหน่งวาระละ 5 ปี

    นายกรัฐมนตรี Y.A.B. Dato’ Seri Dr. Mahathir bin Mohammad ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ปี 2524 วันชาติ 31 สิงหาคม ทรัพยากรธรรมชาติ น้ำมันดิบ ก๊าสธรรมชาติ ดีบุก ไม้ ทองแดง เหล็ก บ็อกไซด์ ผลผลิตทางการเกษตร ยางพารา นำมันปาล์ม โกโก้ ข้าว พริกไทย สับปะรด อุตสาหกรรมหลัก เครื่องไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิกส์ สิ่งทอ ยางพารา รถยนต์ น้ำมัน ไม้

    สินค้าเข้าสำคัญ

    ไม้แปรรูป เครื่องยนต์และอุปกรณ์ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช เครื่องใช้ ไฟฟ้า สัตว์น้ำมีชีวิต ผัก ส่วนประกอบโครงรถและตัวถัง เครื่องจักรไฟฟ้าในการผลิต และส่วนประกอบ ไม้หมอนหนุนรางรถไฟ ดอกไม้สด อาหาร อุปกรณ์ขนส่ง เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก หนังดิบและหนังฟอก

    สินค้าออกสำคัญ

    นำมันปิโตรเลียม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยางพาราไม้แปร รูป สิ่งทอ ดีบุก แก๊สธรรมชาติ นำมันปาล์ม สัตว์น้ำมีชีวิต อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป ผักสดผลไม้ ปลาป่น รถยนต์ ขนสัตว์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป สายเคเบิ้ล อิฐ

    เศรษฐกิจ
    เกษตรกรรม ผลิตยางพาราที่สำคัญของโลก และข้าวเจ้าปลูกมากบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้ง 2 ด้าน การทำเหมืองแร่ แร่ที่สำคัญ ได้แก่ แร่ดีบุกส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลกแร่เหล็ก น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ การทำป่าไม้ ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็ง ส่งไม้ออกเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออก
    เฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย อุตสาหกรรม ได้ชื่อว่าเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ของเอเชีย (NICs)

    วัฒนธรรม


    มีสภาพคล้ายคลึงกับประเทศอินโดนีเชีย ชึ่งเป็นหมู่เกาะอิทธิพลของศาสนาอิสลามได้แพร่เข้ามาในแหลมมลายู ประชากรนับถือศาสนาอิสลาม 55% นับถือศาสนาพุทธ 25% นับถือศาสนาคริสต์ 13% นับถือศาสนาฮินดู 7% และลัทธิศาสนาพื้นเมือง 4% แต่การหันไปนับถือศาสนาอื่นที่ไม่ใช่อิสลามเป็นปัญหาอย่างมากเนื่องจากทางภาครัฐ จะไม่เปลี่ยนข้อมูลทางราชการให้ มาเลเซียบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาประจำชาติ และผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะมีสิทธิพิเศษ คือ ได้รับเงินอุดหนุนทางด้านการศึกษา สาธารณะสุข การคลอดบุตร งานแต่งงานและงานศพ ตามนโยบาย “ภูมิบุตร”

    เชื้อชาติ

    พลเมืองส่วนใหญ่มีเชื้อชาติมลายู (58%) นอกนั้นเป็นชาวจีน (26%) ชาวอินเดีย(7%) ชาวเขาเผ่าต่างๆ (9%) เลือดผสมมลายูกับโปรตุเกส มลายูกับฮอลันดา มลายูกับอังกฤษ

    ศาสนา

    ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม(58%) พุทธ (30%) ฮินดู (8%) คริสต์เตียน เต๋า และศาสนา ประจำเผ่าของชนเผ่าส่วนน้อยในประเทศ เช่น ศาสนาของกลุ่มชาวเงาะป่าซาไก เป็นต้น

    สภาพภูมิอากาศ
    มาเลเซียตั้ง อยู่ในเขตภูมิอากาศภาคพื้นสมุทร อากาศร้อนชื้นและฝนตกชุก อยู่ภายใต้อิทธิพลของกระแสลมจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งทำให้เกิดฝนในเขตชายฝั่งตะวันออกของคาบ สมุทรมาเลเซียชาย ฝั่งรัฐซาบาห์และซาราวัค ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน เป็นช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิประจำวันโดยเฉลี่ยแตกต่างกันระหว่าง 21-32 องศาเซลเซียส และบริเวณที่สูงมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-29 องศาเซลเซียส ความชื้นประมาณร้อยละ 80 จำนวนน้ำฝนวัดได้ต่อปีอยู่ระหว่าง 2,032 ถึง 2,540 มิลลิเมตร

    เวลา

    GMT / UTC+8  เวลาในประเทศมาเลเซีย เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

    ภาษา
    มาเลเซียมีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ แต่ชาวมาเลย์สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการพูดกันอย่างแพร่หลาย

    เงินตรา
    มาเลเซียมีหน่วยเงินตราเป็น ริงกิตมาเลเซีย (รหัสเงินตรา MYR) โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ริงกิตมาเลเซีย ประมาณ 10.31 บาทไทย (ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ ณ วันที่ 7 กันยายน 2553)

    ระบบไฟฟ้า
    ประเทศมาเลเซียมีระบบไฟฟ้าเป็นแบบ 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ซ และใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาแบน ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะนำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปใช้ที่มาเลเซีย ควรพก Adapter ไปด้วย

    ตัวอย่างปลั๊กไฟและตัวแปลงที่ใช้กับปลั๊กไฟในมาเลเซีย

    ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป

    ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

    การใช้โทรศัพท์
    โทรศัพท์ต่างประเทศ : ท่านสามารถใช้โทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติผ่านระบบคอมพิวเตอร์เมื่อโทรสายตรงออก จากประเทศมาเลเซีย รหัส 60 และสิงคโปร์ รหัส 65 ให้กดรหัสโทรออกต่างประเทศ 001, 002 หรือ 008 ก่อนตามด้วยรหัสประเทศ, รหัสพื้นที่ และหมายเลยโทรศัพท์ปลายทาง เช่น 001-662-9334180 (กรุงเทพฯ)

    การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ : ท่านสามารถขอรายละเอียดการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละระบบการสื่อสาร ได้ ที่เจ้าหน้าที่ผู้ให้ บริการแต่ละเครือข่าย ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ก่อนนำไปใช้งานที่ประเทศมาเลเซียและ สิงคโปร์ โดยต้องเตรียมพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินตัวจริงประกอบการขอใช้บริการ

    การให้ทิป

    การให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

    อาหารการกิน
    อาหารมาเลเซีย มีลักษณะเด่นอยู่ที่การใช้สมุนไพร เครื่องเทศ พริก มีรสเผ็ด และมักจะใช้ผงกะหรี่ คนในปีนังไม่ว่าจะเป็นคนอินเดีย คนจีนหรือคนมาเลเซียเองชอบทานอาหารที่มีผงกะหรี่และไม่มีใครปฏิเสธอาหารที่ มีผงกะหรี่ สมุนไพรที่นำมาประกอบอาหารนอกจากสมุนไพรท้องถิ่นซึ่งมีอยู่มากมาย บางครั้งยังมีการรวมสมุนไพรหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีกลิ่นหอม มักใช้ในการผัดข้าว อาหารมาเลเซียส่วนใหญ่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอาหารมุสลิม เพราะไม่ใช้เนื้อหมู และไม่ใส่ไวน์ เนื้อสัตว์ที่นิยมรับประทานกันจึงเป็น เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อแกะ และ อาหารทะเล และภูมิภาคของมาเลเซีย

    อาหารจะมีลักษณะเฉพาะต่างกัน ในปีนังจะใช้ผงกะหรี่ในการประกอบอาหารมาก เพราะคนส่วนใหญ่ชอบผงกะหรี่ ขณะที่ทางตอนใต้ของประเทศจะนิยมใช้กะทิ คล้ายกับอาหารไทย โดยจะใช้กะทิกับอาหารเกือบทุกอย่าง ข้าว เป็นอาหารจานหลักในทุกมื้อของอาหารมาเลเซียเหมือนอาหารไทย ต่างกับอาหารยุโรปที่บางมื้อเป็นขนมปัง บางมื้อเป็นเนื้อ หลายคนเห็นหน้าตาอาหารมาเลเซียคล้ายกับอาหารอินเดีย แต่ อาหารอินเดียจะใช้กะทิเป็นส่วนผสมน้อยมาก ในอาหารมาเลเซียยังมีเครื่องจิ้มคล้ายน้ำพริกกะปิ เรียกว่า ซัมบัล (Sambal) ทำจากพริกป่น หัวหอมและน้ำมะขาม เป็นส่วนหนึ่งของสำรับอาหารของชาวมาเลเซีย นอกจากนี้ยังนิยมใช้ กะปิ ในการปรุงอาหารแทบทุกชนิดไม่ว่าจะผัดหรือแกง ลองมาดูสูตรอาหารมาเลเซีย

    รายการช้อปปิ้ง
    มาเลเซีย ถือว่าเป็นแหล่ง ช็อปปิ้ง ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีร้านค้า และ ช็อปปิ้งเซนเตอร์ ที่มีอยู่ทั่วประเทศก็ว่าได้ สินค้าที่สำคัญไม่ว่า จะเป็นเสื้อผ้า เซรามิด รองเท้า เครื่องสำอางกระเป๋า และ เครื่องใช้ไฟฟ้า จากวัตถุโบราณ จนถึง เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ทันสมัย รวมทั้งเป็นแหล่งรวมของดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียง และ แหล่งรวมแฟชั่นที่ยอดนิยม ซึ่งมีทุกยี่ห้อ จากทั่วทุกมุมโลก บริเวณยามค่ำคืน ท่านสามารถตื่นตาตื่นใจ กับ แสง สี และ เสียง บริเวณ สองข้างถนน ท่านจะพบกับ ตลาดจำหน่ายสินค้าราคาถูก หรือ Night Market ได้ ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ มาเลเซีย ท่านจะเพลินเพลินกับ สินค้าราคาพิเศษ และ อาหารการกิน ที่ถูกปาก ถูกใจของเรา ก็ว่าได้

    สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

    • หอสูงฝาแฝดเปโทรนัส
    • อาคารสุลต่านอับดุลซามัค (Sultan Abdul Samad Building)
    • จัตุรัสเมอร์เดก้า (Merdeka Square)
    • ถ้ำบาตู (Batu Cave)
    • Central Market
    • เมืองใหม่ ปุตราจายา (Putrajaya)
    • มัสยิด สีชมพู (Masjid Putra)
    • เกาะลังกาวี (Langkawi Island)
    • เกาะปีนัง (Penang)
    • โบสถ์คริสต์ ในมะละกา
    • ฯลฯ

    แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

    ตึกเปโตรนาส (Petronas Twin Tower)

    เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 452 เมตร มีชั้นทั้งหมด 88 ชั้น โดยทางการใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งหมด 20,000 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของตึกนี้เป็นเจ้าของผู้ผลิตน้ำมันยี่ห้อเปโตรนาส ชื่อเดียวกับตึกนั่นเอง การออกแบบตึกได้รับแรงบันดาลใจจากลักษณะของเสาหินทั้ง 5 ของอิสลาม นอกจากความสวยงามและความสูงของตึก ที่ทำให้คนทั่วโลกต้องตะลึงแล้ว ภายในตึกยังเป็นแหล่งรวมความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิงและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่อีกด้วย ขณะที่ ชั้น 4 ของตึกแห่งนี้ เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง เรียกว่า เปโตรซายน์ส (Petrosains) ที่นี่คุณจะได้ชมธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยจำลองเป็นป่า โดยการใช้ภาพสไลด์มัลติวิชั่นฉายประกอบ นอกจากนี้ คุณยังได้ย้อนกลับไปสู่โลกยุคเมื่อ200 ล้านปี ได้เห็นดินแดนไดโนเสาร์ และได้ดูการค้นพบน้ำมันด้วย

    จัตุรัสเมอร์เดก้า (Merdeka Square)

    บริเวณจัตุรัสแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของเสาธงที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นธงชาติประจำชาติมาเลเซีย ที่ได้รับการชักขึ้นสู่ยอดเสา เมื่อเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1957 เมื่อได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษ ส่วนฝั่งตรง ข้ามกับจัตุรัสฯ เป็นอาคารสุลต่านอับดุล ซาหมัด ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มาเลเซียไปแล้ว อาคารแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบ มูริส อินเดียผสมผสานกับศิลปะ
    แบบอาหรับ ความสูงของยอดโดมมีขนาดเท่ากับ 40 เมตร และหอนาฬิกาที่ตั้ง ตระหง่านอวดความสวยงามของตัวตึกและในเวลากลางคืน จะมีการติดไฟระยิบระยับ เต็มไปหมด ยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กับอาคารแห่งนี้ สถานีรถไฟ KL ซึ่งจัดว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งตระหง่าน
    อยู่บนถนนฮาชามัดดิน (Jalan Hashamuddin) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1911 ภายนอก สถานีสร้างแบบมูรส มีลักษณะเป็นหอสูงคล้ายมัสยิด แต่ภายในสร้างและตกแต่งเหมือนสถานีรถไฟวิกตอเรีย ในประเทศอังกฤษ

    มัสยิดแห่งชาติ (Natianal Mosque)

    ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ KL ถือว่าเป็นมัสยิดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของมาเลเซีย ตัวอาคารเป็นศิลปะแบบอิสลาม มีการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม หลังคาเป็นมุมแหลมแยกออกเป็นแฉกๆ และมีเสา 5 เสาของอิสลาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งหวังแห่งเอกราช มัสยิดนี้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.
    1965 ซึ่งต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1970 มาเลเซียถึงได้ประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ซึ่งได้รวบรวมรัฐต่างๆ เข้าด้วยกัน รวมทั้งหมด 13 รัฐ และดินแดนภายใต้การปกครองของรัฐบาลอีก 2 รัฐ คือ กัวลาลัมเปอร์ และเกาะลาบวน

    ถนนเปอตาลิง (Petaling)

    มีชื่อที่คุ้นเคยว่า ไชน่า ทาวน์ บริเวณนี้เป็นแหล่งจับจ่ายซื้อของ รวมถึงเป็นศูนย์กลางของร้านค้า ร้านอาหารมากมาย สินค้าที่วางขายก็มีตั้งแต่สินค้าเลียนแบบของแบรนด์เนม เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นอกจากนี้ ยังมีเครื่องทอง และเพชรพลอยวางจำหน่ายด้วย

    ธีมปาร์ค (Theme Park)

    สวนสนุกในกรุงกัวลาลัมเปอร์ จะมีธีมปาร์คขนาดใหญ่ ถึง 2 แห่ง คือ ที่ The Mines Resort City – Seven Wonder of Malaysia หรือที่เรียกว่า Mines Wonderlands สถานที่ตั้งธีมปาร์คแห่งนี้ เป็นเหมืองเแร่ดีบุกเก่าซึ่งต่อมากลุ่มพัฒนาบ้านจัดสรร ได้ร่วมกันก่อสร้างขึ้นมาให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีขื่อเสียงติดอันดับในมาเลเซีย สวนแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยการถมเหมืองด้วยน้ำ เพื่อให้เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่และมีความลึกถึง 720 ฟุต เป็นทะเลสาบจำลองที่มีความลึกที่สุดในโลก และร่วมกันสร้างสถานที่ต่างๆ ขึ้นรอบทะเลสาบ อาทิ ห้างสรรพสินค้า หรือที่มีชื่อว่า เดอะ มายน์ส ช้อปปิ้ง แฟร์ มอลล์ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมระหว่างมาเลย์และเมดิเตอร์เรเนียนที่ทันสมัย ที่นี่จัดเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่สามารถนั่งเรืออกไปช็อปปิ้งได้ เพราะมีท่าเทียบเรืออยู่กลางห้าง หรือจะนั่งเรือออกไปล่องทะเลสาบ โดยไปขึ้นลงลิฟท์น้ำที่จัดไว้ให้ภายในก็ได้ นอกจากนี้ภายในธีมปาร์คยังมีสนามกอล์ฟ สวนสัตว์ และโรงแรมด้วย

    กัวลาลัมเปอร์ ทาวเวอร์ (Menara Kuala Lumpur)

    ตั้งอยู่บนยอดเขาบูกิตนานาสเป็นหอคอยที่มีความสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากที่แคนาดา รัสเซีย และจีนมีความสูงถึง 421 เมตร โดยใช้เป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์ และใช้ระบบสื่อสารไฮเทค ต่างๆ ด้านหน้าทางเข้าจะเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่มีต้นไม้ใหญ่อายุ 100 ปี มีชื่อว่าต้นเจลลิตง ซึ่งทางการต้องใช้เงินถึง 4.3 ล้านบาท ในการเก็บรักษาต้นไม้ระหว่างการสร้างหอคอยแห่งนี้ ภายในหอคอยจะมีภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึกมากมายหลายแห่ง นอกจากนี้ หอคอยแห่งนี้ ยังเป็นจุดชมวิวอีกด้วย เนื่องจากรอบตัวโดมกรุด้วยกระจกรอบด้าน ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบ โดยแต่ละช่วงจะมีแผนที่ประกอบชี้ให้เห็นว่าตึกต่างๆ ที่เห็นอยู่เบื้องหน้าและเบื้องล่างนั้นเป็นตึกอะไรบ้าง

    สวนทะเลสาบ (Lake Garden)

    ตั้งอยู่นอกเมืองไปประมาณ 40 นาที สวนแห่งนี้เป็นสวนสาธารณะที่ทางรัฐบาล ได้สร้างให้แก่ชาวกัวลาลัมเปอร์ มีพื้นที่ถึง916,000 ตารางเมตร ในสวนแห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับสวนปฏิมากรรมจากภูมิภาคเอเชีย หรือที่เรียกว่าสวนอาเซี่ยน ซึ่งประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซี่ยนได้สร้างให้เพื่อเป็นของขวัญแก่ประเทศมาเลเซียและมีสวนแบบไทยด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งสวนกล้วยไม้ ที่มีกว่า 800 ชนิด สวนกวาง … สวนผีเสื้อหลากพันธ์…สวนนกที่เป็นแหล่งรวมนกที่มีมากถึง 5,000 ตัว รวมทั้งนกจากหลายๆ ประเทศ และไก่ฟ้าพญาลอที่หาชมยาก ในสวนทะเลสาบแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ

    อนุเสาวรีย์แห่งชาติ (National Monument)

    ซึ่งจัดว่าเป็นอนุเสาวรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นการสร้างแบบลอยตัว โดยการหลอมรูปปั้นด้วยบรอนซ์ จากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่กว่าคนจริงหลายเท่า ที่มาของอนุสาวรีย์ มาจากในช่วงสมัยหนึ่งเกิดกลุ่มจีนคอมมิวนิสต์กระจัดกระจายทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องใช้เวลานานถึง 15 ปี ในการปราบโจรและเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ผู้กล้าหาญ ที่ได้เสียชีวิตในการปราบโจรคอมมิวนิสต์ ในปี ค.ศ. 1993 อดีตนายกฯ ตนกู อับดุล ราห์มาน จึงได้สั่งให้สร้างขึ้น

    ปุตราจายา (Putrajaya)

    อยู่ห่างจากตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 50 นาที ห่างจากสนามบินนานาชาติไปไม่ไกลนัก บนพื้นที่กว้างใหญ่มหาศาลครอบคลุมพื้นที่เข้าทั้งลูกถูกสร้างขึ้นให้เป็นเมืองใหม่ เป็นที่อยู่ของหน่วยราชการ ทุกกกระทรวง ทบวง กรมรวมทั้งรัฐสภา และบ้านของนายกฯ โดยรอบปุตราจายาจะเป็นพื้นที่บ้านจัดสรรที่สวยงามและคอนโดมีเนียมที่เป็นตึกสูง แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งที่พักเหล่านี้สร้างเพื่อขาย
    ให้กับผู้ที่ต้องการมาอยู่ที่นี่ และให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีเมืองสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ที่กำลังก่อสร้างอยู่ใกล้ๆ กัน เพื่อเป็นเมืองแห่งอนาคต ชื่อเมืองไซเบอร์จายา ที่มีความก้าวล้ำนำสมัย ในด้านคอมพิวเตอร์รวมถึงมีการสร้างSmart People Smart Town และ Smart University โดยทั้งหมดเรียกว่า อาณาจักรMulti Media Super Corridor หรือ MSC คาดว่าการก่อสร้างดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในปี 2020

    เกาะปีนัง

    ปีนัง (Penang) เกาะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งตะวันออก” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมลายู เมืองหลวงของรัฐปีนังคือ จอร์จทาวน์ (Georgetown) อันเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ และ ศูนย์กลางธุรกิจของรัฐ นอกจากนั้น เกาะปีนัง ยังเป็นเมืองอาณานิคมที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษในมาเลเซียอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนปีนัง จะได้ชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศความเป็นจีนมากที่สุดในบรรดาเมืองต่างๆ ของประเทศ ผสมผสานกับความเป็นตะวันตกของเมืองที่ทันสมัยได้อย่างกลมกลืน และลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น หาดทรายสีทอง น้ำทะเลสีคราม และแสงแดดอบอุ่นของชายหาดปีนัง ก็โดดเด่นด้านความงดงามไม่แพ้กัน จนทำให้ ปีนัง กลายเป็นเมืองตากอากาศที่เป็นที่นิยมเมืองหนึ่งของมาเลเซีย

    ผู้ที่ชื่นชอบในกิจกรรมกลางแจ้งและรักความสนุกสนาน จะหลงรักชายหาดบนเกาะปีนังแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นหาด Tanjung Bungah หรือหาด Batu Ferringhi เพราะมีแนวหาดทรายขาวที่ทอดตัวยาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมในปีนัง และรีสอร์ทหรูมากมาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนและความบันเทิงครบครัน กิจกรรมแนะนำสำหรับนักเดินทางที่ไม่ควรพลาด: นั่งรถรางขึ้นไปชมวิวโดยรอบอันยอดเยี่ยม และรับอากาศเย็นสดชื่นบน ปีนังฮิลล์ (Penang Hill) ซึมซับบรรยากาศของย่านเมืองเก่า จอร์จทาวน์ (Georgetown) และย่านชุมชนจีน ไชน่าทาวน์ (Chinatown) ซึ่งต่างก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคลที่วัดเค็ก ล็อก ซี (Kek Lok Si Temple) ภายในมีพระพุทธรูปแกะสลักหนึ่งหมื่นองค์ที่สร้างขึ้นอย่างประณีตมาก และมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงามมาก ปิดท้ายด้วยการไปช้อปที่ตึกคอมทาร์ (Komtar หรือ Tun Abdul Razak Complex) จุดนัดพบที่มีชื่อเสียงของปีนัง ซึ่งมีทั้งส่วนราชการ สำนักงานธุรกิจต่างๆ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และร้านอาหาร ไว้คอยต้อนรับและบริการผู้มาเยือนทุกท่าน นอกจากนี้ ยังสามารถชมทิวทัศน์มุมกว้างของเมือง Georgetown ได้จากชั้นที่ 58 ของอาคารอีกด้วย

    นักชิมตัวยงไม่ควรพลาดไปลิ้มลองอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของปีนัง เช่น โมโม ชาชา ไก่สะเต๊ะ มะตะบะ ชายืด เป็นต้น หรือจะเป็นอาหารอินเดีย และอาหารจีน ก็มีให้เลือกรับประทานเช่นกัน ซึ่งท่านสามารถหาทานได้ที่ภัตตาคารของโรงแรมในปีนัง และตามร้านอาหารริมถนน

    เรื่องนี้ถูกเปิดอ่าน: 51,882 ครั้ง

    1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (4 โหวต)
    Loading ... Loading ...

ค้นหา

หน้า

Who's Online

  • 1 ผู้เข้าชมออนไลน์ขณะนี้
    0 ไม่ใช่สมาชิก, 1 บอท, 0 สมาชิก

ข้อควรรู้ก่อนเดินทาง

การขอวีซ่า

ประกันการเดินทาง

อัตราแลกเปลี่ยน

พยากรณ์อากาศ

ดัชนีหุ้นต่างประเทศ

สถิติเว็บไซต์